Belkin เปิดตัวเคส iPad รุ่น Lilypad จาก Disney และ Pixar’s Toy Story 5

belkin-lilypad-ipad-case-inspired-by-disney-and-pixar-toy-story-5

Belkin เปิดตัวเคส iPad รุ่น Lilypad จาก Disney และ Pixar’s Toy Story 5

belkin-lilypad-ipad-case-inspired-by-disney-and-pixar-toy-story-5

Belkin ประกาศเปิดตัวเคส iPad รุ่นพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “Lilypad” ตัวละครแท็บเล็ตอัจฉริยะรูปร่างคล้ายกบจากภาพยนตร์เรื่อง Toy Story 5 โดยมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยน iPad ของครอบครัวให้กลายเป็นเพื่อนคู่ใจที่สนุกและมีเอกลักษณ์มากขึ้นสำหรับเด็ก ๆ

Belkin ระบุว่าเคสรุ่นนี้ไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์ป้องกัน iPad เท่านั้น แต่ยังถูกออกแบบให้สะท้อนบุคลิกของตัวละคร Lilypad พร้อมสร้างประสบการณ์การใช้งานที่สนุก มีจินตนาการ และเชื่อมโยงกับโลกของ Toy Story 5 ได้มากยิ่งขึ้น

จุดเริ่มต้นของความร่วมมือ

Belkin ร่วมมือกับ Disney และ Pixar เพื่อสร้างเคส iPad ที่นำตัวละคร Lilypad จาก Toy Story 5 มาสู่โลกจริงในรูปแบบของอุปกรณ์เสริมสำหรับเด็กและครอบครัว

ตามคำกล่าวของ CEO ของ Belkin เคสนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสะท้อนบุคลิกของ Lilypad ขณะเดียวกันก็ยังคงมาตรฐานด้านคุณภาพ ความทนทาน การปกป้องอุปกรณ์ และการออกแบบที่ครอบครัวคาดหวังจาก Belkin

Lilypad iPad Case คืออะไร?

Belkin ออกแบบเคสนี้ให้สามารถเปลี่ยน iPad ให้ดูคล้ายตัวละคร Lilypad ได้ทันที

แนวคิดหลักคือการทำให้แท็บเล็ตธรรมดากลายเป็น “เพื่อนร่วมผจญภัย” ของเด็ก ๆ ผ่านองค์ประกอบการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตัวละครในภาพยนตร์ พร้อมเพิ่มความสะดวกในการถือ พกพา และใช้งานในชีวิตประจำวัน

คุณสมบัติเด่นของ Belkin Lilypad iPad Case

1. ดีไซน์ลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการจาก Lilypad

เคสได้รับแรงบันดาลใจโดยตรงจากตัวละคร Lilypad ใน Toy Story 5

มีการออกแบบรายละเอียดบริเวณดวงตาและรูปลักษณ์ภายนอกให้ iPad รุ่น Gen 10 และ Gen 11 ดูเหมือนตัวละครจากภาพยนตร์มากยิ่งขึ้น

2. ป้องกันการกระแทกสำหรับเด็กโดยเฉพาะ

ตัวเคสผลิตจากวัสดุ EVA Foam ที่มีความทนทาน

ช่วยดูดซับแรงกระแทกจากการตกหล่นหรือการใช้งานประจำวันของเด็ก ๆ ได้ดีขึ้น

3. ขอบจับนุ่มและกันลื่น

Belkin ออกแบบให้ขอบเคสจับถือได้ง่าย

เหมาะกับมือขนาดเล็กของเด็ก ช่วยลดโอกาสลื่นหลุดมือและลดความเสี่ยงจากการตกหล่นโดยไม่ตั้งใจ

4. หูหิ้วในตัว

ตัวเคสมาพร้อมหูหิ้วที่ติดตั้งมาในตัว

ช่วยให้เด็กสามารถพกพา iPad ได้สะดวกขึ้น ไม่ว่าจะใช้งานภายในบ้าน ระหว่างเดินทาง หรือพกไปเรียนรู้กิจกรรมนอกสถานที่

5. ขาตั้งพับได้ในตัว

มี Kickstand แบบพับเก็บได้

ช่วยให้วาง iPad เพื่อดูวิดีโอ วาดรูป เล่นเกม หรือเรียนออนไลน์ได้แบบไม่ต้องถือเครื่องตลอดเวลา

6. วอลเปเปอร์พิเศษจาก Lilypad

ภายในแพ็กเกจจะมี QR Code สำหรับดาวน์โหลดวอลเปเปอร์ธีม Lilypad

ผู้ใช้สามารถนำไปตั้งเป็นภาพหน้าจอหลักและหน้าจอล็อก เพื่อเพิ่มความรู้สึกว่า iPad กลายเป็นตัวละคร Lilypad จริง ๆ

7. วัสดุปลอดภัยสำหรับเด็ก

Belkin ระบุว่าเคสนี้ใช้วัสดุที่ไม่มีสารพิษ

นอกจากนี้ยังสามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย จึงเหมาะกับการใช้งานของเด็กและได้รับการออกแบบให้ผู้ปกครองมั่นใจมากขึ้น

Toy Story 5 และบทบาทของ Lilypad

ในเนื้อหาท้ายบทความ Belkin อธิบายว่า Toy Story 5 จะเล่าเรื่องการเผชิญหน้าระหว่าง “ของเล่น” และ “เทคโนโลยี”

Lilypad เป็นอุปกรณ์แท็บเล็ตรูปแบบใหม่ที่เข้ามาท้าทายมุมมองของ Woody, Buzz Lightyear, Jessie และเหล่าของเล่นอื่น ๆ เกี่ยวกับสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับ Bonnie เจ้าของของเล่นกลุ่มนี้

แนวคิดหลักของภาพยนตร์ถูกสรุปไว้ว่า “Toy meets Tech” หรือ การพบกันระหว่างโลกของของเล่นกับโลกเทคโนโลยี

การวางจำหน่าย

Belkin ระบุว่า Lilypad iPad Case เปิดให้สั่งซื้อแล้วผ่านเว็บไซต์ Belkin, Amazon และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายบางแห่งทั่วโลก

ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 49.99 ดอลลาร์สหรัฐ

สรุปไฮไลต์สำคัญ

  • Belkin เปิดตัวเคส iPad รุ่นพิเศษจาก Toy Story 5
  • ได้แรงบันดาลใจจากตัวละคร “Lilypad” แท็บเล็ตอัจฉริยะในภาพยนตร์
  • รองรับ iPad รุ่น Gen 10 และ Gen 11
  • ดีไซน์ให้ iPad ดูเหมือนตัวละคร Lilypad
  • ใช้วัสดุ EVA Foam ช่วยป้องกันแรงกระแทก
  • ขอบจับนุ่ม เหมาะกับมือเด็ก
  • มีหูหิ้วในตัว พกพาสะดวก
  • มีขาตั้งพับได้สำหรับดูวิดีโอหรือเรียนออนไลน์
  • แถมวอลเปเปอร์ธีม Lilypad ผ่าน QR Code
  • ใช้วัสดุปลอดสารพิษและเช็ดทำความสะอาดง่าย
  • เปิดขายในราคา 49.99 ดอลลาร์สหรัฐ
  • เป็นความร่วมมือระหว่าง Belkin กับ Disney และ Pixar เพื่อเชื่อมโลกของ Toy Story 5 เข้ากับการใช้งานจริง

 

อ้างอิงบทความข่าวประชาสัมพันธ์ของ Belkin (Belkin US)

Belkin เปิดตัว SoundForm Mini 2 หูฟังเด็กเจเนอเรชันใหม่ อัปเกรดเพื่อการใช้งานของครอบครัวยุคใหม่

Belkin SoundForm Mini 2- Kids Headphones

Belkin เปิดตัว SoundForm Mini 2 หูฟังเด็กเจเนอเรชันใหม่ อัปเกรดเพื่อการใช้งานของครอบครัวยุคใหม่

Belkin SoundForm Mini 2- Kids Headphones2

Belkin ประกาศเปิดตัวหูฟังสำหรับเด็ก SoundForm Mini 2 รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งเป็นการต่อยอดจากความสำเร็จของ SoundForm Mini รุ่นแรก โดยออกแบบมาสำหรับเด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป พร้อมเพิ่มฟีเจอร์สำคัญที่ช่วยให้เด็กใช้งานได้สะดวกขึ้น และตอบโจทย์ผู้ปกครองมากกว่าเดิม ทั้งด้านความปลอดภัย ความทนทาน และความคล่องตัวในการพกพา

หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของรุ่นใหม่นี้คือ แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 55 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งช่วยลดความกังวลเรื่องการชาร์จระหว่างการเดินทางหรือการใช้งานต่อเนื่องของเด็ก ๆ ได้อย่างมาก

ออกแบบมาเพื่อไลฟ์สไตล์ของครอบครัวยุคใหม่

Belkin ระบุว่า SoundForm Mini 2 ยังคงรักษาจุดแข็งของตระกูล SoundForm Mini เอาไว้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น

  • ความปลอดภัยในการฟัง
  • ความสบายในการสวมใส่
  • ความแข็งแรงทนทาน

ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้ปกครองทั่วโลกไว้วางใจและเลือกใช้งานมาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับรุ่นใหม่ มีการพัฒนาเพิ่มเติมหลายด้าน เช่น

ดีไซน์พับเก็บได้

ตัวหูฟังสามารถพับเก็บได้ ทำให้สะดวกต่อการพกพา ไม่ว่าจะเป็น

  • การเดินทางด้วยรถยนต์
  • การขึ้นเครื่องบิน
  • การใช้งานประจำวัน

ช่วยประหยัดพื้นที่ในกระเป๋าและเหมาะกับครอบครัวที่เดินทางบ่อย

แบตเตอรี่อัปเกรดเป็น 55 ชั่วโมง : Belkin เพิ่มระยะเวลาการใช้งานจากรุ่นก่อน ให้สามารถฟังเพลง ดูวิดีโอ หรือเรียนออนไลน์ได้ยาวนานขึ้นโดยไม่ต้องชาร์จบ่อย

ปุ่มควบคุมเสียงแบบ Scroll Wheel : เปลี่ยนมาใช้ระบบหมุนปรับระดับเสียง (Scroll-Wheel Volume Control) ที่ใช้งานง่ายกว่าเดิม โดยเฉพาะสำหรับเด็กเล็กที่ยังควบคุมปุ่มขนาดเล็กได้ไม่ถนัด

ฟีเจอร์ใหม่ “Rockstar Mode” แชร์เสียงได้พร้อมกัน

หนึ่งในฟีเจอร์ใหม่ที่โดดเด่นที่สุดของ SoundForm Mini 2 คือ Rockstar Mode

ฟังก์ชันนี้ช่วยให้เด็กสามารถแชร์เสียงไปยังหูฟัง SoundForm Mini 2 อีกเครื่องหนึ่งได้

รองรับทั้ง

  • การเชื่อมต่อแบบมีสาย
  • การเชื่อมต่อแบบไร้สาย

Belkin ระบุว่าฟีเจอร์นี้เหมาะสำหรับ

  • พี่น้องที่ต้องการดูคอนเทนต์ร่วมกัน
  • การเดินทางของครอบครัว
  • การดูภาพยนตร์หรือความบันเทิงร่วมกัน

โดยไม่ต้องแย่งใช้อุปกรณ์เดียวกัน

ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของการได้ยิน

Belkin ยังคงยึดหลักสำคัญเรื่องการปกป้องการได้ยินของเด็ก

SoundForm Mini 2 มาพร้อมระบบจำกัดระดับเสียงสูงสุดที่ 85 เดซิเบล (85dB)

เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการฟังเสียงดังเกินไปในระยะยาว และเป็นหนึ่งในฟีเจอร์หลักที่ผู้ปกครองให้ความสำคัญมากที่สุด

พร้อมรับมือการใช้งานของเด็กในชีวิตประจำวัน

Belkin ออกแบบ SoundForm Mini 2 ให้รองรับการใช้งานจริงของเด็ก ๆ ด้วยคุณสมบัติด้านความทนทาน ได้แก่

  • ทนเหงื่อ
  • ทนน้ำกระเซ็น
  • ทนต่อการตกหล่น

จึงเหมาะกับการใช้งานทั้งในบ้าน นอกบ้าน และระหว่างการเดินทาง

รองรับทั้งไร้สายและมีสาย

เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน SoundForm Mini 2 รองรับ

  • Bluetooth Wireless เชื่อมต่อแบบไร้สายกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้สะดวก
  • ช่องเสียบ 3.5 มม. สามารถใช้งานแบบมีสายได้เมื่อต้องการ หรือในกรณีที่อุปกรณ์ไม่รองรับ Bluetooth

เหมาะกับทุกกิจกรรมของเด็ก

Belkin ระบุว่าหูฟังรุ่นนี้ถูกออกแบบให้รองรับกิจกรรมหลากหลาย เช่น

  • การเรียนรู้
  • การเดินทาง
  • การดูภาพยนตร์
  • การฟังเพลง

โดยมุ่งเน้นให้สามารถใช้งานได้ตลอดวันและเข้ากับกิจวัตรประจำวันของเด็กได้อย่างลงตัว

ความสำเร็จของตระกูล SoundForm Mini

Belkin เปิดเผยว่า SoundForm Mini Series มียอดจำหน่ายทั่วโลกมากกว่า 2 ล้านเครื่อง

และกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของบริษัทในกลุ่มสินค้าสำหรับครอบครัว ส่งผลให้ Belkin มีบทบาทสำคัญในตลาดหูฟังเด็กอย่างต่อเนื่อง

คำกล่าวจาก Belkin

Trevor Hirsch กล่าวว่า ความสำเร็จของ SoundForm Mini เกิดจากความไว้วางใจของครอบครัวที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของ Belkin โดย SoundForm Mini 2 ถูกพัฒนาต่อยอดจากพื้นฐานเดิม พร้อมเพิ่ม

  • แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้น
  • ความสามารถในการแชร์เสียง
  • ดีไซน์ที่เหมาะกับการเดินทางมากขึ้น

เพื่อมอบประสบการณ์การฟังที่ดีขึ้นให้กับเด็ก และสร้างความมั่นใจให้ผู้ปกครองว่ากำลังเลือกผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ครอบครัวจริง ๆ

สรุปแบบ Bullet Point เข้าใจง่าย

จุดเด่นของ SoundForm Mini 2

✅ สำหรับเด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป

✅ แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 55 ชั่วโมง

✅ ดีไซน์พับเก็บได้ พกพาง่าย

✅ ฟีเจอร์ใหม่ Rockstar Mode แชร์เสียงกับหูฟังอีกเครื่องได้

✅ รองรับการแชร์เสียงทั้งแบบมีสายและไร้สาย

✅ จำกัดระดับเสียงที่ 85dB เพื่อปกป้องการได้ยิน

✅ ปุ่มปรับเสียงแบบ Scroll Wheel ใช้งานง่ายสำหรับเด็ก

✅ รองรับ Bluetooth

✅ รองรับการเชื่อมต่อผ่านสาย 3.5 มม.

✅ ชาร์จผ่าน USB-C

✅ ทนเหงื่อ ทนน้ำกระเซ็น และทนการตกหล่น

✅ ใช้ไดรเวอร์ขนาด 40 มม.

✅ มีสี Blue, Black, Pink และสี Purple ที่จำหน่ายเฉพาะ Amazon

✅ ตระกูล SoundForm Mini มียอดขายทั่วโลกมากกว่า 2 ล้านเครื่อง

Key Message สำหรับคอนเทนต์

  • “หูฟังเด็กที่ใช้งานได้ยาวนานถึง 55 ชั่วโมง”
  • “แชร์เสียงกับพี่น้องหรือเพื่อนได้ง่ายด้วย Rockstar Mode”
  • “ฟังปลอดภัยด้วยการจำกัดเสียงที่ 85dB”
  • “พับเก็บได้ พกง่าย เหมาะสำหรับทุกทริปครอบครัว”
  • “ออกแบบมาเพื่อเด็ก แต่คิดเผื่อความสะดวกของผู้ปกครอง”

แหล่งข้อมูลต้นฉบับ: (Belkin US)

Zero Standby Power คืออะไร? เทคโนโลยีชาร์จอัจฉริยะจาก Belkin

Zero Standby Power Everyday Charging

Zero Standby Power คืออะไร? เทคโนโลยีชาร์จอัจฉริยะจาก Belkin

Zero Standby Power Everyday Charging

เมื่อหัวชาร์จที่ “ดูเหมือนปิดอยู่” ยังคงกินไฟอยู่เงียบ ๆ
หลายคนอาจไม่ทราบว่า อุปกรณ์ชาร์จที่เสียบปลั๊กทิ้งไว้โดยไม่ได้ใช้งาน ยังคงดึงกระแสไฟฟ้าอยู่ตลอดเวลา นี่คือสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรด้านพลังงานเรียกว่า “Vampire Power” หรือ “พลังงานแวมไพร์” — พลังงานที่ถูกดูดซับไปโดยที่เราไม่รู้ตัว

Belkin ตระหนักถึงปัญหานี้และได้พัฒนาเทคโนโลยีที่เรียกว่า Zero Standby Power ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวโดยตรง บทความนี้จะพาทุกท่านทำความรู้จักกับเทคโนโลยีนี้อย่างละเอียด ตั้งแต่หลักการทำงาน ประโยชน์ที่ได้รับ ไปจนถึงคำถามที่พบบ่อย

Zero Standby Power คืออะไร?
Zero Standby Power หมายความว่าหัวชาร์จจะแทบไม่ใช้พลังงานเลยในขณะที่เสียบปลั๊กอยู่ แต่ไม่ได้กำลังชาร์จอุปกรณ์ใด ๆ เมื่อไม่มีอุปกรณ์เชื่อมต่ออยู่ หัวชาร์จจะเข้าสู่สถานะการใช้พลังงานน้อยมากโดยอัตโนมัติ Belkin กล่าวได้ง่าย ๆ ว่า หัวชาร์จที่ติดตั้งเทคโนโลยี Zero Standby Power จะ “หยุดกินไฟ” เมื่อไม่ได้ทำงาน และ “ตื่นขึ้น” ทันทีที่มีอุปกรณ์มาต่อเข้า โดยที่ผู้ใช้งานไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติมเลย

ปัญหา “พลังงานแวมไพร์” ที่หลายคนมองข้าม
เมื่อนึกถึงการประหยัดไฟ คนส่วนใหญ่มักนึกถึงการปิดไฟหรือปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่น้อยคนที่จะนึกถึงหัวชาร์จที่เสียบปลั๊กค้างไว้ตลอดทั้งวัน

หัวชาร์จทั่วไปจำนวนมากยังคงดึงกระแสไฟฟ้าเพียงแค่เพราะมันเสียบอยู่กับปลั๊ก สิ่งนี้มักถูกเรียกว่า “Vampire Power” หรือ “พลังงานแวมไพร์” แม้ว่าปริมาณที่หัวชาร์จตัวเดียวใช้จะดูเล็กน้อย แต่เมื่อสะสมเป็นเวลานานและนับรวมทั่วทั้งครัวเรือน ผลกระทบก็สามารถเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หัวชาร์จมักถูกเสียบทิ้งไว้ตลอดทั้งวัน ทุก ๆ วัน แม้ในขณะที่ไม่ได้ใช้งาน Belkin

ลองนึกภาพตามดูสิ ในหนึ่งบ้านอาจมีหัวชาร์จหลายสิบตัว ทั้งสำหรับโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก หูฟัง นาฬิกาอัจฉริยะ และอุปกรณ์อื่น ๆ อีกนับไม่ถ้วน ถ้าทุกตัวกินไฟในสถานะรอ ผลรวมที่สะสมในแต่ละปีก็ไม่ใช่จำนวนเล็กน้อยอีกต่อไป

เทคโนโลยี Zero Standby Power ทำงานอย่างไร?
หัวใจของเทคโนโลยีนี้คือความสามารถในการ “รับรู้” ว่ามีอุปกรณ์เชื่อมต่ออยู่หรือไม่ และปรับสถานะการใช้พลังงานให้สอดคล้องกันโดยอัตโนมัติ
ทันทีที่คุณเสียบโทรศัพท์ แท็บเล็ต หรือแล็ปท็อปเข้าไป พลังงานสำหรับการชาร์จแบบเต็มกำลังจะกลับมาทันที โดยไม่ต้องกดปุ่มใด ๆ และไม่ต้องปรับตั้งค่าใด ๆ ทั้งสิ้น Belkin
กระบวนการนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและราบรื่น จนผู้ใช้งานแทบไม่รู้สึกถึงความแตกต่างใด ๆ ในประสบการณ์การชาร์จ ทุกอย่างทำงานเหมือนเดิม เพียงแต่ตอนที่ไม่ได้ใช้งาน หัวชาร์จจะ “นอนหลับ” อย่างเงียบ ๆ แทนที่จะกินไฟอยู่เฉย ๆ

Zero Standby Power ประหยัดพลังงานได้มากแค่ไหน?
หัวชาร์จ Belkin ที่ติดตั้งเทคโนโลยี Zero Standby Power ใช้พลังงานในสถานะรอน้อยกว่าหัวชาร์จทั่วไปถึง 95 เปอร์เซ็นต์ Belkin
ตัวเลขนี้ฟังดูน่าประทับใจ แต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือที่มาของมาตรฐานนี้

Zero Standby Power เป็นไปตามมาตรฐานสากลที่กำหนดว่าอะไรคือ “พลังงานศูนย์” ในสถานะรอ ตามที่องค์การระหว่างประเทศว่าด้วยอิเล็กโทรเทคนิค (International Electrotechnical Commission หรือ IEC) ได้กำหนดไว้ Belkin

การที่ Belkin นำเอามาตรฐาน IEC มาใช้เป็นเกณฑ์วัด แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์มาตรฐานระดับโลก ไม่ใช่เพียงแค่การอ้างคุณสมบัติที่ไม่มีมาตรวัดที่ชัดเจน

 

Standby Power ComparisonTypical ChargerBelkin Zero Standby Power Chargers
Power used when idle~0.1 watts0.005 watts
Energy reductionBaselineUp to 95 percent less
Meets IEC zero power standardNoYes

 

ทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญ? มองภาพใหญ่ด้านสิ่งแวดล้อม

บางคนอาจคิดว่า เรื่องนี้เป็นแค่เรื่องของค่าไฟเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ประหยัดได้ในแต่ละปี แต่ Belkin มองเรื่องนี้ในมิติที่ใหญ่กว่านั้น
Zero Standby Power ไม่ได้มีเป้าหมายแค่เพื่อลดค่าไฟเพียงไม่กี่บาทต่อเดือน แต่เป็นเรื่องของการลดพลังงานที่ถูกสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ง่ายต่อการมองข้าม หัวชาร์จมักอยู่กับปลั๊กตลอดเวลา แม้ไม่มีอุปกรณ์เชื่อมต่ออยู่ด้วยก็ตาม การลดการใช้พลังงานสถานะรอลงถึง 95 เปอร์เซ็นต์ ช่วยลด “รอยเท้าทางพลังงาน” โดยรวมของพฤติกรรมการชาร์จในชีวิตประจำวัน โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องออกแรงเพิ่มเติมแต่อย่างใด Belkin
การปรับปรุงเล็ก ๆ น้อย ๆ จากแต่ละคนจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และเมื่อรวมกันในระดับสังคม ผลกระทบที่ได้จะมีขนาดใหญ่กว่าที่คิด Belkin

Zero Standby Power + GaN = ประสิทธิภาพสูงสุดทุกขั้นตอน
เทคโนโลยี Zero Standby Power ของ Belkin ถูกนำมาใช้ร่วมกับเทคโนโลยี GaN (Gallium Nitride) หรือ “แกลเลียมไนไตรด์” เพื่อสร้างหัวชาร์จที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในทุกช่วงเวลา

เมื่อรวม Zero Standby Power เข้ากับเทคโนโลยี GaN หัวชาร์จ BoostCharge Pro ของ Belkin จะให้ทั้งความเร็วในการชาร์จที่น่าเชื่อถือเมื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ และประสิทธิภาพด้านพลังงานสูงสุดเมื่อไม่ได้ใช้งาน การรวมกันนี้ทำให้การชาร์จมีประสิทธิภาพในทุกขั้นตอน ไม่ใช่แค่เมื่อแบตเตอรี่อุปกรณ์ใกล้หมด Belkin

สิ่งที่ทำให้ GaN โดดเด่น คือการที่สารกึ่งตัวนำชนิดนี้สามารถรองรับแรงดันไฟฟ้าได้สูงกว่าและสูญเสียพลังงานในรูปของความร้อนน้อยกว่าซิลิคอนแบบดั้งเดิม ส่งผลให้หัวชาร์จ GaN มีขนาดกะทัดรัดกว่า เบากว่า และชาร์จเร็วกว่ามากในรุ่นที่กำลังไฟเท่ากัน

สินค้า Belkin ที่ใช้เทคโนโลยี Zero Standby Power
Belkin ได้นำเทคโนโลยี Zero Standby Power มาติดตั้งในหัวชาร์จกลุ่ม BoostCharge Pro GaN หลายรุ่น ได้แก่
สำหรับการชาร์จทั่วไปที่บ้านหรือระหว่างเดินทาง:
หัวชาร์จรุ่น BoostCharge Pro ที่ติดตั้งเทคโนโลยี Zero Standby Power เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายในการใช้งานประจำวัน ด้วย Zero Standby Power ที่ช่วยลดพลังงานขณะไม่ชาร์จ และเทคโนโลยี GaN ที่ให้การชาร์จเร็วในตัวเครื่องขนาดกะทัดรัด Belkin
สำหรับการทำงาน การเดินทาง และอุปกรณ์ที่ต้องการพลังงานสูง:
หัวชาร์จ Dual USB-C สำหรับผู้ใช้งานขั้นสูง ให้กำลังไฟ USB-C คู่สำหรับแล็ปท็อปและอุปกรณ์เสริม พร้อม Zero Standby Power ที่ช่วยลดพลังงานขณะไม่ชาร์จ และเทคโนโลยี GaN ที่ให้การชาร์จเร็วในพื้นที่เล็กลง Belkin

Zero Standby Power มุ่งแก้ปัญหาในจังหวะที่มักถูกลืม
ประเด็นที่น่าสนใจอย่างหนึ่งที่ Belkin ชี้ให้เห็นคือ หัวชาร์จส่วนใหญ่ใช้เวลาเสียบปลั๊กโดยไม่ได้ชาร์จมากกว่าตอนที่กำลังชาร์จอยู่จริง ๆ เสียอีก

หัวชาร์จส่วนใหญ่ใช้เวลาเสียบปลั๊กในสถานะว่างมากกว่าตอนที่กำลังชาร์จอยู่จริง ๆ Zero Standby Power แก้ปัญหานี้โดยตรง เพราะมันมุ่งจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่หัวชาร์จไม่ได้ทำงานจริง ซึ่งเป็นช่วงเวลาส่วนใหญ่ Belkin

นี่คือความแตกต่างสำคัญจากการพัฒนาประสิทธิภาพการชาร์จแบบเดิม ๆ ที่มักมุ่งเน้นที่ความเร็วและกำลังไฟขณะชาร์จเท่านั้น แต่ Zero Standby Power กลับสนใจในสิ่งที่เกิดขึ้น “นอกเวลาชาร์จ” ซึ่งเป็นช่วงที่ยาวนานกว่ามาก

เป็นการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย แต่มีนัยสำคัญ
นี่คือการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่ช่วยสนับสนุนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยไม่ต้องสูญเสียประสิทธิภาพหรือความสะดวกสบายแต่อย่างใด Belkin
และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ Zero Standby Power น่าสนใจ มันไม่ได้เรียกร้องให้ผู้ใช้งานเปลี่ยนพฤติกรรม ไม่ต้องถอดปลั๊กทุกครั้งหลังชาร์จเสร็จ ไม่ต้องกดสวิตช์พิเศษ ไม่ต้องตั้งเวลา หัวชาร์จจัดการทุกอย่างให้โดยอัตโนมัติ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Zero Standby Power คืออะไรกันแน่?
Zero Standby Power หมายความว่าหัวชาร์จแทบไม่ใช้พลังงานเลยเมื่อเสียบปลั๊กอยู่แต่ไม่ได้ชาร์จอุปกรณ์ใด ๆ เมื่อไม่มีอุปกรณ์เชื่อมต่อ หัวชาร์จจะเข้าสู่สถานะการใช้พลังงานต่ำมากโดยอัตโนมัติ ทันทีที่คุณเสียบโทรศัพท์ แท็บเล็ต หรือแล็ปท็อปเข้าไป กำลังชาร์จเต็มกำลังจะกลับมาทันที โดยไม่ต้องกดปุ่มหรือปรับตั้งค่าใด ๆ Belkin

หัวชาร์จ Zero Standby Power ประหยัดพลังงานได้เท่าไหร่?
หัวชาร์จ Belkin ที่ใช้เทคโนโลยี Zero Standby Power ใช้พลังงานในสถานะรอน้อยกว่าหัวชาร์จทั่วไปถึง 95 เปอร์เซ็นต์ Belkin

Zero Standby Power ใช้งานได้กับอุปกรณ์ทุกชนิดไหม?
ใช่ เทคโนโลยี Zero Standby Power จะทำงานเมื่อไม่มีอุปกรณ์เชื่อมต่ออยู่ โดยไม่ขึ้นอยู่กับว่าปกติคุณจะชาร์จอุปกรณ์ชนิดใด Belkin

Zero Standby Power ต่างจากการชาร์จแบบปกติอย่างไร?
ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ “สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการชาร์จ” เทคโนโลยีการชาร์จทั่วไปมุ่งเน้นที่การส่งพลังงานไปยังอุปกรณ์ได้เร็วและมีประสิทธิภาพมากที่สุดขณะชาร์จ แต่ Zero Standby Power มุ่งแก้ปัญหาในช่วงที่หัวชาร์จ “ว่างงาน” ซึ่งในความเป็นจริงนั้นกินเวลานานกว่าช่วงที่กำลังชาร์จอยู่มาก

Zero Standby Power ตรงตามมาตรฐานสากลหรือไม่?
Zero Standby Power เป็นไปตามมาตรฐานสากลที่กำหนดว่าอะไรคือ “พลังงานศูนย์” ในสถานะรอ ตามที่องค์การระหว่างประเทศว่าด้วยอิเล็กโทรเทคนิค (IEC) ได้กำหนดไว้ ซึ่งความแตกต่างนั้นอาจดูเล็กน้อยบนกระดาษ แต่ถือเป็นก้าวกระโดดสำคัญในการขจัดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น Belkin

ฉันต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการชาร์จหรือไม่เมื่อใช้หัวชาร์จ Zero Standby Power?
ไม่จำเป็นเลย นั่นคือหนึ่งในจุดเด่นที่สำคัญที่สุดของเทคโนโลยีนี้ ด้วย Zero Standby Power ที่ถูกฝังอยู่ในหัวชาร์จ GaN BoostCharge Pro บางรุ่น Belkin ช่วยลดการสิ้นเปลืองพลังงานที่ไม่จำเป็นโดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องให้คุณเปลี่ยนวิธีการชาร์จอุปกรณ์ Belkin

สรุป: ก้าวเล็ก ๆ ที่เปลี่ยนนิสัยการใช้พลังงาน
Zero Standby Power จาก Belkin อาจไม่ใช่เทคโนโลยีที่สร้างความตื่นตาตื่นใจแบบฉับพลัน แต่มันตอบโจทย์ปัญหาจริงที่เกิดขึ้นทุกวันในทุกครัวเรือน ด้วยการลดพลังงานสถานะรอลงถึง 95% เมื่อเทียบกับหัวชาร์จทั่วไป และทำงานทุกอย่างโดยอัตโนมัติโดยไม่รบกวนประสบการณ์ผู้ใช้ ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของนวัตกรรมที่ “เงียบงัน แต่มีความหมาย”

ในยุคที่บ้านทุกหลังมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายสิบชิ้น การที่หัวชาร์จแต่ละตัวสามารถลดการกินไฟไร้ประโยชน์ลงได้ เมื่อรวมกันแล้วย่อมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อการใช้พลังงานในภาพรวมได้อย่างแน่นอน

 

ที่มา : Belkin

เบลคิน เปิดตัวที่ชาร์จ เจนเนอเรชันใหม่ อุปกรณ์ชาร์จพลังงานสำหรับเกม และอีกมากมาย ในงาน CES 2026

แนะนำอุปกรณ์ใหม่ที่ CES 2026

บริษัท Belkin แบรนด์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคที่มีชื่อเสียงมากว่า 40 ปี ได้ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในงาน CES 2026 ซึ่งครอบคลุมทั้ง:

  • ที่ชาร์จแบบ Qi2 แบบไร้สาย
  • Power bank ความจุสูง
  • อุปกรณ์ Hub ที่ทรงพลัง
  • เคสชาร์จรุ่นใหม่สำหรับ Nintendo Switch 2
    เพื่อเสริมการทำงาน การเล่น และการเชื่อมต่อของผู้ใช้ในหลายรูปแบบ

 

🎮 เกมมิ่ง — เคสชาร์จรุ่น Pro สำหรับ Nintendo Switch 2

Charging Case Pro for Nintendo Switch 2 (Model ENA003)

เคสรุ่น Pro นี้ออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การเล่นเกมนอกสถานที่อย่างเต็มที่ ด้วยฟีเจอร์:

  • แบตเตอรี่ขนาด 10,000 mAh ที่ถอดออกได้
  • รองรับการชาร์จเร็วสูงสุด 30 วัตต์
  • มี หน้าจอ LCD แสดงสถานะพลังงานแบตเตอรี่
  • สามารถชาร์จแบตเตอรี่ของเคสจากด้านนอกโดยไม่ต้องเปิดตัวเคส
  • ดีไซน์กะทัดรัด พร้อมบานพับที่ช่วยใช้งานเป็นขาตั้งโต๊ะได้
  • ช่องพิเศษสำหรับเก็บ แผ่นเกม อย่างเป็นระเบียบ
  • ช่องซ่อนสำหรับติดตั้งอุปกรณ์ติดตาม เช่น AirTag หรือ Tile
  • วัสดุแข็งแรง ทนทาน และซิปคุณภาพสูง

 

🔋 Power Banks (แบตเตอรี่สำรอง)

💠 UltraCharge Pro Power Bank 10K w/ Magnetic Ring (Model BPD014)

  • แบตเตอรี่ความจุ 10,000 mAh
  • รองรับการชาร์จไร้สาย Qi2 25W และการชาร์จแบบ USB-C 30W
  • ขนาดกะทัดรัด พกพาสะดวก และผ่านมาตรฐาน TSA สำหรับขึ้นเครื่อง
  • Kickstand ในตัว, หน้าจอดิจิทัล, Magnetic Ring สำหรับแนบอุปกรณ์เสริม
  • สามารถชาร์จอุปกรณ์ 2 ชิ้นพร้อมกัน
  • พอร์ต USB-C to USB-C ความยาว 2 ฟุต (60 ซม.) แถมมาในกล่อง

 

💠 BoostCharge Slim Magnetic Power Bank with Stand (Models BPD011 และ BPD016)

  • ออกแบบให้บางและพกพาง่าย
  • ชาร์จไร้สายสูงสุด 15W
  • มีรุ่นความจุ 5,000 mAh พร้อม USB-C 20W และ 10,000 mAh พร้อม USB-C 30W
  • มี kickstand ในตัว และรองรับการชาร์จแบบ pass-through (ชาร์จขณะชาร์จตัวเอง)
  • พอร์ต USB-C to USB-C ความยาว 2 ฟุต (60 ซม.) แถมมาในกล่อง

 

💠 UltraCharge Pro Laptop Power Bank 27K (Model BPB040)

  • แบตเตอรี่ความจุสูงถึง 27,000 mAh
  • รองรับกำลังไฟรวมสูงสุด 240W
  • พอร์ตเดี่ยวรองรับการชาร์จโน้ตบุ๊กสูงสุด 140W
  • สามารถชาร์จอุปกรณ์หลายชิ้นพร้อมกัน
  • สาย USB-C แบบถักติดตั้งในตัว และหน้าจอแสดงสถานะพลังงาน
  • รองรับการชาร์จแบบ pass-through 100W

 

⚡ Wireless Chargers (ที่ชาร์จไร้สาย)

📶 UltraCharge Pro 2-in-1 Convertible Charger (Model WIZ043)

  • รองรับชาร์จเร็ว Qi2 25W
  • ออกแบบแบบพับได้สำหรับพกพา
  • รองรับการชาร์จพร้อมกันทั้ง iPhone และ Apple Watch
  • แถมอะแดปเตอร์ USB-C 45W พร้อมสายยาว 1.5 เมตร
  • รองรับเคสหนาได้ถึง 5 มม.
  • ฐานกันลื่น และวัสดุซอฟต์ทัชคุณภาพสูง

 

📶 UltraCharge Modular Charging Dock (Model WIZ052)

  • ที่ชาร์จแบบ โมดูลาร์ Qi2 25W สำหรับชาร์จโทรศัพท์, หูฟัง และนาฬิกา
  • ออกแบบกะทัดรัด เหมาะสำหรับการเดินทาง
  • รองรับระบบ Bring-Your-Own-Puck สำหรับชาร์จนาฬิกา
  • แถมสาย USB-C 1.5 ม. และอะแดปเตอร์ USB-C 45W

 

🔌 Hubs และ Adapters (ฮับและอะแดปเตอร์)

🖥️ ConnectAir Wireless HDMI Display Adapter (Model AVC024)

อะแดปเตอร์แบบ plug-and-play เพื่อ:

  • ส่งภาพแบบไร้สายจากอุปกรณ์ USB-C
  • รองรับการขยาย/มิเรอร์หน้าจอที่ 1080p ที่ 60Hz
  • ไม่ต้องใช้ Wi-Fi, แอป หรือไดรเวอร์
  • ช่วงการส่งสัญญาณประมาณ 40 เมตร (131 ฟุต)
  • รองรับการใช้งานหลายเครื่องพร้อมกัน
  • แถมตัวรับ HDMI และตัวส่ง USB-C รวมอยู่ในแพ็ก

 

💼 Connect 8-Port Dual Display USB-C Hub (Model INC027)

ฮับ USB-C แบบมัลติพอร์ตที่:

  • แปลงพอร์ตเดียวเป็นการเชื่อมต่อสูงสุด 8 อุปกรณ์
  • รองรับการแสดงผล Dual 4K 60Hz (Windows) และ Single 4K (Mac)
  • ให้กำลังไฟผ่านพอร์ตสูงสุด 100W
  • ปุ่ม privacy สำหรับปิดจอภายนอกทันที
  • ความเร็วการถ่ายโอนข้อมูลสูงสุด 10Gbps และพอร์ต Ethernet 1Gbps

ที่มา : Link

 

Belkin ภูมิใจนำเสนอไลน์อัพใหม่ ประกอบด้วยเคสโทรศัพท์สุดชิคในโทนสีคลาสสิก ฟิล์มกันรอยหน้าจอระดับเยี่ยม และที่ชาร์จไร้สายระดับพรีเมียมเทคโนโลยี Qi2 25W

SheerForce Grip Series Case_Grip_MSA036fq_iPhone 17 Pro Max_navy

Belkin ภูมิใจนำเสนอไลน์อัพใหม่ ประกอบด้วยเคสโทรศัพท์สุดชิคในโทนสีคลาสสิก ฟิล์มกันรอยหน้าจอระดับเยี่ยม และที่ชาร์จไร้สายระดับพรีเมียมเทคโนโลยี Qi2 25W

Belkin protect iPhone case

Belkin แบรนด์ผู้นำด้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคมาเป็นเวลากว่า 40 ปี ภูมิใจเสนอไลน์อัพอุปกรณ์เสริม ใหม่ล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับ การชาร์จไร้สาย และปกป้อง iPhone รุ่นใหม่ได้อย่างครอบคลุม ด้วยคอลเลคชันใหม่ล่าสุด ประกอบด้วยเคสที่ออกแบบให้พอดีกับเครื่อง ฟิล์มกันรอยหน้าจอขั้นสูงเพื่อป้องกันความเสียหายให้กับโทรศัพท์จากการตกหล่น การกระแทก และรอยขีดข่วน รวมถึงที่ชาร์จไร้สายสุดหรูสำหรับชาร์จอุปกรณ์ของ Apple ได้ครบในหนึ่งเดียวทั้ง iPhone, AirPods และ Apple Watch

 

รายละเอียดผลิตภัณฑ์

 

อุปกรณ์เสริมสุดหรูสำหรับ iPhone

SheerForce™ Clear Series

SheerForce Clear Series Case_MSA032fq_iPhone 17 Pro Max

เคสใส SheerForce Clear เป็นโซลูชันที่รองรับการชาร์จไร้สายสำหรับ iPhone 17 ทุกรุ่นและ iPhone Air สามารถปกป้องเครื่องจากการตกที่ความสูง 4 เมตร* และเพิ่มสารต้านการเหลืองลงไปในตัววัสดุ** ป้องกันไม่ให้เคสเปลี่ยนสีได้ง่าย คงความใส และดูใหม่อยู่เสมอ ด้วยการออกแบบขอบที่ยกสูงขึ้นเล็กน้อยจะช่วยปกป้องความเสียหายให้กับกล้องหลังและหน้าจอของ iPhone ได้ดีเยี่ยม ในขณะที่ปุ่มกดได้รับการขัดเงามาอย่างประณีตช่วยให้กดใช้งานได้อย่างแม่นยำ รวมถึงการเว้นช่องสำหรับCamera Control ที่สมบูรณ์แบบ ช่วยให้การควบคุมกล้องทำได้ราบรื่นไร้ที่ติ

 

SheerForce™ Grip Series

SheerForce Grip Series Case_Grip_MSA036fq_iPhone 17 Pro Max_navy

บาง ปลอดภัย สไตลิช กับเคสสำหรับiPhone 17 ทุกรุ่น SheerForce Grip Series มอบการปกป้องในแบบเพรียวบาง และการป้องกันที่แข็งแกร่ง ป้องกันความเสียหายจากการตกหล่น การกระแทก และรอยขีดข่วน ด้านข้างมีกริปกันลื่นที่ออกแบบได้อย่างประณีตให้จับได้กระชับมั่นคง ส่วนปุ่มกดเพิ่มการขัดเงาห้ดูหรูหราเป็นพิเศษตอบสนองการกดปุ่มได้อย่างแม่นยำ รวมถึงการใช้งานปุ่ม Camera Control ได้ราบรื่นเหมือนเดิม เคส SheerForce Grip Series มาพร้อมความสดใสกับ 6 เฉดสี ได้แก่ สีเขียว สีเบจ สีม่วง สีดำ สีน้ำเงิน และสีชมพู

 

SheerForce™ Protect Series

SheerForce Protect Series Case_Protect_MSA040fq_iPhone 17 Pro Max_black

เคสโทรศัพท์ SheerForce Protect Series ให้การปกป้อง iPhone 17 Series ที่โดดเด่นในรูปแบบมินิมอล ดีไซน์สองชั้นที่ช่วยดูดซับแรงกระแทกจากการตกหล่นสูงสุด 4 เมตร* พร้อมเส้นสายที่ออกแบบมาเรียบง่าย แต่ดูทันสมัยให้คุณดูดีในทุกสถานการณ์ ปุ่มกดที่ขัดเงาให้สัมผัสได้แม่นยำ เข้าถึงการทำงานที่สมบูรณ์แบบของปุ่ม Camera Control ได้ดีเยี่ยม  มีเฉดสีแบบคลาสสิกให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีดำ สีชมพู และสีเบจ

 

ออกแบบมาสำหรับการใช้งานประจำวัน

TemperedGlass

Belkin ScreenForce TemperedGlass Screen Protector

ปกป้อง iPhone เครื่องใหม่ของคุณด้วยฟิล์มกระจกนิรภัย TemperedGlass ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อความทนทานและความคมชัดสูงสุด ทำจากกระจกพรีเมียมคุณภาพเยี่ยม ช่วยดูดซับแรงกระแทกและต้านทานรอยขีดข่วนได้ดี ให้การปกป้องจากการตกหล่นสูงถึง 6 ฟุต****** และพิสูจน์แล้วว่าแข็งแกร่งกว่ากระจกทั่วไปถึง 15 เท่า*****

InvisiGlass

ScreenForce
InvisiGlass Treated Screen Protector

มอบการปกป้องระดับพรีเมียมด้วยฟิล์มกระจกป้องกันหน้าจอ InvisiGlass Screen Protector นำเสนอความแข็งแกร่งและความทนทานพิเศษในดีไซน์ที่คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยผลิตจากกระจกรีไซเคิลที่ได้รับการรับรองโดยมาตรฐานการรีไซเคิลระดับสากล GRS*** ซึ่งได้มาจากกระบวนการผลิต ผสมผสานวัสดุที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง ทั้งยังเสริมความแข็งแรงด้วยเทคโนโลยีการแลกเปลี่ยนไอออนทำให้ฟิล์มกระจก InvisiGlass นั้นแข็งแกร่งกว่ากระจกทั่วไปถึง 18 เท่า ปกป้องหน้าจอจากการตกหล่นสูงถึง 6.5 ฟุต****

UltraGlass 2

ScreenForce UltraGlass 2 Screen Protector

มอบการปกป้องหน้าจอ iPhone 17 Series ระดับสูงสุดด้วยฟิล์มกระจก UltraGlass 2 Screen Protector ของ Belkin ที่แข็งแกร่งกว่ากระจกทั่วไปถึง 25 เท่า***** ออกแบบมาเพื่อรักษาหน้าจอสมาร์ทโฟนให้ปลอดภัยในทุกสถานการณ์ และเป็นฟิล์มป้องกันที่แข็งแกร่งระดับโลก เนื้อฟิล์ม UltraGlass 2 มีความบางเพียง 0.29 มม. เท่านั้น จึงให้การตอบสนองที่แม่นยำราวกับสัมผัสลงบนหน้าจอโดยตรง นี่คือกระจกที่ทนทานที่สุดของ Belkin ให้การปกป้องจากการตกหล่นสูงถึง 7.2 ฟุต******

 

ชาร์จเร็วด้วยผลงานการสร้างสรรค์ระดับมาเตอร์พีช

UltraCharge Pro 3-in-1 Magnetic Charging Dock with Qi2 25W

Belkin ยังได้เปิดตัวคอลเลคชัน UltraCharge ใหม่ ซึ่งเป็นไลน์อัพแรกของแบรนด์ที่มาพร้อมที่ชาร์จไร้สายที่ได้รับการรับรอง Qi2 ที่ชาร์จเร็วสูงสุด 25 วัตต์ ด้วยพลังงานที่เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในดีไซน์ที่เพรียวบางและเหมาะสำหรับการพกพา UltraCharge กำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับการชาร์จ iPhone 17 และ iPhone Air ในคอลเลคชันนี้ประกอบด้วยโซลูชันสำหรับชาร์จหลายอุปกรณ์และรูปแบบที่พกพาได้ ให้ผู้ใช้ได้ใช้ประโยชน์จากความเร็วในการชาร์จแบบไร้สายสูงสุด 25 วัตต์

 

เกี่ยวกับ Belkin

Belkin เป็นผู้นำด้านอุปกรณ์เสริมที่ตั้งอยู่ในแคลิฟอร์เนีย ส่งมอบผลิตภัณฑ์ด้านพลังงาน การปกป้อง การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การเชื่อมต่อ และเสียงที่ได้รับรางวัลมากว่า 40 ปี ออกแบบและพัฒนาในแคลิฟอร์เนียตอนใต้และจำหน่ายในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก Belkin ยังคงมุ่งมั่นในการวิจัยและพัฒนา ชุมชน การศึกษา ความยั่งยืน และที่สำคัญที่สุดคือผู้คนที่เราให้บริการ ตั้งแต่การเริ่มต้นอย่างถ่อมตัวในโรงรถทางแคลิฟอร์เนียตอนใต้ในปี 1983 Belkin ได้กลายเป็นบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่หลากหลาย เรายังคงได้รับแรงบันดาลใจจากโลกที่เราอาศัยอยู่ และความเชื่อมโยงระหว่างผู้คนกับเทคโนโลยีเสมอมา

หมายเหตุ:

*อุปกรณ์ได้รับการทดสอบให้รอดพ้นเมื่อตกจากความสูงถึง 4 เมตร ตามมาตรฐาน MIL-STD-810G ทดสอบโดยห้องปฏิบัติการอิสระโดยบุคคลที่สาม หรือหน่วยงานอื่น

**จากการทดสอบโดยหรือหน่วยงานอิสระ ผลิตภัณฑ์นี้ไม่แสดงอาการเหลืองในช่วงเวลาการใช้งานปกติแบบจำลอง 2 ปี ส่วนผลลัพธ์ในการใช้งานในชีวิตจริงอาจแตกต่างกันไปตามปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม

***ทำจากกระจกรีไซเคิลก่อนถึงมือผู้บริโภคอย่างน้อย 60% และได้รับการรับรองผ่าน GRS รับรองโดย Intertek TE-00114861

****การกรองสูงสุดที่ 480-500 นาโนเมตร ตามระบบ CIE สำหรับมาตรวิทยาของรังสีแสงในมาตรฐานสากล CIE S 026/E:2018

*****จากการทดสอบโดยบุคคลที่สามเปรียบเทียบกับกระจกทั่วไป

******จากการทดสอบการตกหล่นภายในกับพื้นที่เป็นหินอ่อน

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการรับประกันความเสียหายต่ออุปกรณ์ที่นำมาชาร์จต่ออุปกรณ์ของ Belkin (CEW)

Belkin CEW

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการรับประกันความเสียหายต่ออุปกรณ์ที่นำมาชาร์จต่ออุปกรณ์ของ Belkin (CEW)

ผลิตภัณฑ์ให้พลังงานของ Belkin หลายรุ่นมาพร้อมกับการรับประกันความเสียหายทางไฟฟ้าต่ออุปกรณ์ที่นำมาชาร์จ การรับประกันนี้ครอบคลุมความเสียหายที่เกิดขึ้นกับอุปกรณ์ใดๆ ก็ตามที่นำมาใช้งานร่วมกับผลิตภัณฑ์ด้านพลังงานของ Belkin นี่คือคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรับประกันความเสียหายต่ออุปกรณ์ที่เชื่อมต่อของ Belkin และขั้นตอนการยื่นเคลม

    1. อะไรคือความแตกต่างระหว่างการรับประกันความเสียหายต่ออุปกรณ์ที่นำมาชาร์จ (CEW) กับการรับประกันผลิตภัณฑ์?
      การรับประกันความเสียหายต่ออุปกรณ์ที่นำมาชาร์จจะแยกกันจากการรับประกันของตัวผลิตภัณฑ์ การรับประกันอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อจะครอบคลุมความเสียหายที่อุปกรณ์ของคุณอาจได้รับขณะนำมาชาร์จกับผลิตภัณฑ์ Belkin ส่วนการรับประกันผลิตภัณฑ์จะครอบคลุมเฉพาะตัวสินค้า Belkin เท่านั้น และรับประกันว่าตัวผลิตภัณฑ์จะใช้งานได้ตามที่คู่มือระบุไว้ปราศจากข้อบกพร่องในด้านการออกแบบ การประกอบ วัสดุ หรือฝีมือช่างในระหว่างช่วงระยะเวลาการรับประกัน
    2. ผลิตภัณฑ์ Belkin ทุกรุ่นมีการรับประกันความเสียหายต่ออุปกรณ์ที่นำมาชาร์จ (CEW) หรือไม่?
      ไม่ใช่ทุกผลิตภัณฑ์ Belkin จะมีการรับประกันความเสียหายต่ออุปกรณ์ที่นำมาใช้งานกับผลิตภัณฑ์ของ Belkin ผลิตภัณฑ์ที่มีการรับประกัน CEW ที่เจอบ่อยที่สุดคือ ปลั๊กพ่วง (Surge Protector) ของ Belkin, เครื่องชาร์จไร้สายของ Belkin, เครื่องชาร์จแบบมีสายของ Belkin และแบตเตอรี่สำรองของ Belkin ผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น สายชาร์จ, ฮับ หรือฟิล์มกันรอยหน้าจอโทรศัพท์ จะไม่มี CEW
    3. การรับประกันความเสียหายต่ออุปกรณ์ที่นำมาชาร์จ (CEW) ครอบคลุมอะไรบ้าง?
      การรับประกันความเสียหายต่ออุปกรณ์ที่นำมาชาร์จจะครอบคลุมความเสียหายขณะเชื่อมต่อกับผลิตภัณฑ์ด้านพลังงานของ Belkin อย่างถูกต้อง โปรแกรมการรับประกัน CEW จะครอบคลุมการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนทดแทนอุปกรณ์ตามมูลค่า CEW ที่กำหนดไว้สำหรับผลิตภัณฑ์ Belkin นั้นๆ
    4. มูลค่าสูงสุดของการรับประกันความเสียหายต่ออุปกรณ์ที่นำมาชาร์จต่อคือเท่าไหร่?
      มูลค่าการรับประกันอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ (CEW) จะแตกต่างกันไปตามประเภทของผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ Belkin ทุกรุ่นที่มี CEW จะระบุมูลค่าสูงสุดไว้บนบรรจุภัณฑ์และบนหน้าผลิตภัณฑ์ที่ Belkin.com
    5. ฉันจะยื่นเคลมการรับประกันความเสียหายต่ออุปกรณ์ที่นำมาชาร์จ (CEW) ได้อย่างไรหากอุปกรณ์ของฉันเสียหายขณะใช้งานกับผลิตภัณฑ์ด้านพลังงานของ Belkin?
      Belkin มีแบบฟอร์มเคลมการรับประกันอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อให้คุณกรอกบนเว็บไซต์ Belkin

ขั้นตอนการดำเนินการ:

    1. การส่งพัสดุ: เมื่อพัสดุของคุณมาถึง ปลั๊กพ่วง (Surge Protector) จะถูกส่งไปที่ห้องทดสอบของเราเพื่อตรวจสอบ การตรวจสอบนี้อาจใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์
      โปรดทราบ: Belkin ไม่รับผิดชอบต่อพัสดุของคุณระหว่างการขนส่ง แนะนำอย่างยิ่งให้คุณใช้วิธีการจัดส่งที่สามารถติดตามได้ในกรณีที่พัสดุสูญหาย (เช่น ไปรษณีย์ลงทะเบียน, ไปรษณีย์ด่วน หรือบริการขนส่ง) หาก Belkin ไม่ได้รับสินค้าของคุณภายใน 12 สัปดาห์หลังจากเริ่มการเคลม การเคลมจะถือว่าเป็นโมฆะ
    2. ผลการทดสอบ: เมื่อเราได้ผลการทดสอบแล้ว เราจะแจ้งผลให้คุณทราบ
      โปรดทราบ: ลูกค้าที่มีบอร์ดผ่านการทดสอบทั้งหมดจะได้รับการติดต่อในจุดนี้และจะได้รับแจ้งว่าอุปกรณ์เสียหายจากสาเหตุอื่น เช่น แรงดันไฟต่ำ, กระแสไฟกระชากผ่านสายที่ไม่ได้รับการป้องกัน, อุปกรณ์เสียหายโดยทั่วไป เป็นต้น
    3. รายงานการวินิจฉัย: ตัวแทน Belkin อาจติดต่อคุณเพื่อขอรายงานการวินิจฉัยและใบเสนอราคา ไปที่ร้านซ่อมในพื้นที่ของคุณเพื่อรับรายงานการวินิจฉัยของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อและใบเสนอราคาสำหรับการซ่อมแซมสินค้าที่เสียหาย โดยทั่วไปเราให้เวลาดำเนินการประมาณ 2 สัปดาห์สำหรับเรื่องนี้
      โปรดทราบ: หากช่างซ่อมพิจารณาว่าการซ่อมแซมไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เราจะต้องการคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรอธิบายปัญหาในการซ่อมแซม และใบเสนอราคาสำหรับการเปลี่ยนทดแทนตามคุณสมบัติของอุปกรณ์ที่เสียหายสำคัญ: หากในขั้นตอนนี้คุณตัดสินใจดำเนินการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนทดแทนอุปกรณ์ที่เสียหายใดๆ คุณจะต้องทำด้วยความเสี่ยงของตัวเอง Belkin จะอนุมัติการซ่อมแซมหรือการเปลี่ยนทดแทนเฉพาะเมื่อการเคลมของคุณเสร็จสิ้นเท่านั้น
    4. หนังสือตกลงชำระหนี้: ทีมเคลมของเราจะจัดเตรียมหนังสือตกลงชำระหนี้ตามมูลค่าของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อของคุณ และส่งให้คุณทางอีเมลหรือทางไปรษณีย์ ขึ้นอยู่กับการติดต่อสื่อสารครั้งก่ว่น
    5. การลงนามในหนังสือตกลง: คุณจะได้รับหนังสือตกลงชำระหนี้ กรุณาอ่านและลงนาม จากนั้นส่งคืนไปยัง Belkin หากส่งทางไปรษณีย์ ให้เวลา 1 สัปดาห์ขึ้นอยู่กับที่ตั้งของคุณ
    6. การโอนเงิน: หนังสือตกลงชำระหนี้ที่ลงนามแล้วจะถูกส่งต่อไปยังแผนกบัญชีของ Belkin ซึ่งจะทำการโอนเงินตามจำนวนที่ตกลงไว้ โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์

 

ตามปัจจัยข้างต้น การเคลมอาจใช้เวลาประมาณ 8-10 สัปดาห์จึงจะเสร็จสิ้น กรุณาคำนึงถึงเรื่องนี้เมื่อยื่นเคลมของคุณ

สำหรับการเคลมที่ได้รับอนุมัติในสหรัฐอเมริกา Belkin จะออกเช็คชำระเงินในชื่อของลูกค้า

สำหรับการเคลมที่ได้รับอนุมัติในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ Belkin จะชำระเงินผ่านการโอนเงินตรงเข้าบัญชีที่ลูกค้าระบุไว้

ที่มา : https://www.belkin.com/support-article/?articleNum=46037

อัตเดต : 22 มิถุนายน 2023

Google Pixel 10 Pro XL เปิดตัวพร้อม Qi2.2 25W Wireless Charging—เหตุผลที่ Belkin พร้อมแล้ว

Google Pixel 10 Pro XL, Belkin Qi2 25W Wireless Chargers

Google Pixel 10 Pro XL เปิดตัวพร้อม Qi2.2 25W Wireless Charging—เหตุผลที่ Belkin พร้อมแล้ว

การรอคอยได้สิ้นสุดลง—Google Pixel 10 Pro XL ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมมาด้วยการอัปเกรดที่ทรงพลังมากมาย โดยจุดเด่นหลักคือ การรองรับการชาร์จไร้สาย Qi2 รุ่นใหม่ ด้วยพลังงานสูงถึง 25 วัตต์ แบบไร้สายที่รวดเร็วเหมือนสายฟ้าแลบ

ในฐานะที่เป็นโทรศัพท์ Pixel รุ่นแรกที่รองรับ Qi2 25W นั้น Pixel 10 Pro XL มอบประสบการณ์การชาร์จไร้สายที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และปลอดภัย เทียบได้กับความเร็วของการชาร์จแบบใช้สาย—และ Belkin พร้อมอยู่แล้วที่จะให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดจากมัน เครื่องชาร์จใหม่ของเราที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Qi2 25W ได้รับการปรับแต่งให้ชาร์จ Pixel 10 Pro XL ของคุณด้วยความรวดเร็ว ความปลอดภัย และคำนึงถึงความยั่งยืน

การก้าวเข้าสู่อนาคตของการชาร์จไร้สาย

Pixel 10 Pro XL เป็นก้าวสำคัญครั้งแรกของ Google ในการเข้าสู่การชาร์จไร้สายรุ่นใหม่ ด้วยการนำมาตรฐาน Qi2 25W มาใช้ ด้วยการรองรับพลังงานไร้สาย 25 วัตต์ คุณจะได้รับ:

  • ความเร็วในการชาร์จที่น่าทึ่ง – ชาร์จไร้สายที่เร็วเทียบเท่าการชาร์จแบบใช้สาย
  • ความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น – เทคโนโลยี Qi2 มาพร้อมกับฟีเจอร์ความปลอดภัยขั้นสูง
  • การใช้งานที่สะดวกสบาย – เพียงวางโทรศัพท์ลงบนแผ่นชาร์จ ไม่ต้องเสียบสาย

 

เหตุใด Qi2 25W จึงสำคัญ

การชาร์จไร้สายกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว—และ Qi2 25W ขณะนี้ได้กลายเป็นภาษากลางของอุตสาหกรรม นี่คือเหตุผลที่การเปลี่ยนแปลงนี้มีความสำคัญ:

  • มาตรฐานสากล – ทำงานร่วมกับอุปกรณ์หลากหลายแบรนด์
  • ประสิทธิภาพสูง – การส่งผ่านพลังงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ความปลอดภัยที่ดีขึ้น – ระบบป้องกันขั้นสูงสำหรับแบตเตอรี่และอุปกรณ์

 

ทำไมต้องเลือก Belkin

ที่ Belkin เราสร้างอุปกรณ์เสริมด้านพลังงานที่เป็นมิตรกับ Pixel มาตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของ Android นี่คือสิ่งที่ทำให้เราแตกต่าง:

  • ประสบการณ์ยาวนาน – ความเชี่ยวชาญในการพัฒนาเทคโนโลยีชาร์จมาหลายปี
  • คุณภาพที่เชื่อถือได้ – ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวด
  • การออกแบบที่คิดถึงผู้ใช้ – ตอบสนองความต้องการจริงของผู้ใช้งาน

 

ผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับ Pixel 10 Pro XL

พบกับเครื่องชาร์จใหม่สองรุ่นของเราที่ออกแบบมาสำหรับความสามารถ Qi2 25W ของ Google Pixel 10 Pro XL ไม่ว่าคุณจะชาร์จที่โต๊ะทำงานหรือขณะเดินทาง เรามีโซลูชั่นที่สมบูรณ์แบบสำหรับคุณ

UltraCharge 2-in-1 Foldable Magnetic Charger with Qi2 25W
UltraCharge 2-in-1 Foldable Magnetic Charger with Qi2 25W
  • ชาร์จไร้สายได้เร็วเทียบเท่าชาร์จด้วยสาย
  • ชาร์จไร้สายได้เร็วขึ้น 5 เท่า สูงสุด 25 วัตต์
  • เทคโนโลยีระบายความร้อน ChillBoost™ เพื่อถนอมแบตเตอรี่โทรศัพท์
  • ชาร์จ iPhone จาก 0-50% ใน 29 นาที
  • ชาร์จ AirPods แบบไร้สายได้สูงสุด 5 วัตต์
  • มีพอร์ตจ่ายไฟ USB-C ในตัวขนาด 5 วัตต์
  • แท่นชาร์จปรับระดับได้
  • ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Qi2 25 วัตต์ที่ผ่านการรับรองเรียบร้อย
  • มาพร้อมสายชาร์จ USB-C to USB-C ความยาว 1.5 มและอะแดปเตอร์จ่ายไฟ 45 วัตต์
  • รับประกัน 2 ปี พร้อมคุ้มครองความเสียหายต่ออุปกรณ์ที่นำมาชาร์จด้วยวงเงินสูงสุด 80,000 บาท

 

UltraCharge Pro 3-in-1 Magnetic Charging Dock with Qi2 25W
  • เทคโนโลยี Qi2 25W ชาร์จเร็ว 25 วัตต์
  • เทคโนโลยีระบายความร้อน ChillBoost™ ช่วยถนอมแบตเตอรี่โทรศัพท์
  • ชาร์จ iPhone จาก 0-50% ใน 29 นาที และ Apple Watch Series 10 จาก 0-80% ใน 30 นาที
  • ชาร์จ AirPods แบบไร้สายได้สูงสุด 5 วัตต์
  • แท่นชาร์จปรับระดับได้
  • เทคโนโลยี Qi2 25 วัตต์ ผ่านการรับรองเรียบร้อย ชาร์จได้ปลอดภัย
  • มาพร้อมสายชาร์จ USB-C to USB-C ความยาว 1.5 ม. และอะแดปเตอร์จ่ายไฟ 45 วัตต์
  • รับประกัน 2 ปี พร้อมคุ้มครองความเสียหายต่ออุปกรณ์ที่นำมาชาร์จด้วยวงเงินสูงสุด 80,000 บาท

 

คุณสมบัติเด่น

ได้รับการชาร์จไร้สายที่เร็วขึ้น 5 เท่า ด้วยเครื่องชาร์จ Qi2 25W ของ Belkin คุณจะชาร์จได้เร็วขึ้นถึง 5 เท่าเมื่อเปรียบเทียบกับแผ่นชาร์จ Qi ขนาด 5 วัตต์ รุ่นเก่า นั่นหมายความว่าคุณจะใช้เวลาติดอยู่กับปลั๊กไฟน้อยลง และมีเวลาทำสิ่งที่สำคัญมากขึ้น

การชาร์จที่ปลอดภัยสำหรับสุขภาพแบตเตอรี่ระยะยาว เทคโนโลยีการระบายความร้อนแบบพาสซีฟ ChillBoost™ ของเราช่วยลดความร้อนระหว่างการชาร์จความเร็วสูง ปกป้องแบตเตอรี่ของคุณ

ความเข้ากันได้แบบสากลและพร้อมสำหรับอนาคต เครื่องชาร์จทั้งสองรุ่นทำงานได้อย่างราบรื่นกับอุปกรณ์อื่นๆ ที่รองรับ Qi2 25W และ MagSafe หมายความว่าเครื่องชาร์จของคุณจะไม่ล้าสมัยเมื่อคุณซื้อมือถือใหม่ในอนาคต

สร้างขึ้นด้วยจุดประสงค์ Belkin ออกแบบผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงสภาพอากาศ เป็นมิตรกับการเดินทาง และสร้างขึ้นมาให้คงทน ความยั่งยืนไม่ใช่สิ่งที่คิดทีหลัง—แต่เป็นหัวใจหลักของเรา

 

บทสรุป

การเปิดตัวของ Google Pixel 10 Pro XL เป็นการเปิดบทใหม่สำหรับการชาร์จไร้สาย—และ Belkin มีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของมัน เครื่องชาร์จใหม่ที่เข้ากันได้กับ Qi2 ของเรานั้นรวดเร็ว พร้อมสำหรับอนาคต และออกแบบมาอย่างรอบคอบเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ Android ยุคใหม่

ไม่ว่าคุณจะเดินทางเบาๆ หรือต้องการชาร์จหลายอุปกรณ์พร้อมกัน Belkin มอบพลังงานที่ Pixel 10 Pro XL ของคุณสมควรได้รับ

หมายเหตุ: ข้อมูลเวลาชาร์จและประสิทธิภาพอิงจากการทดสอบภายในของบริษัท ผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างกันไปตามปัจจัยสิ่งแวดล้อมและการใช้งาน

 

ที่มา https://www.belkin.com/company/blog/google-pixel-10-pro-xl-qi2-wireless-charging/

iPhone 17 รุ่นใหม่: การชาร์จเร็วด้วย USB-C อธิบายแบบละเอียด

iPhone 17 รุ่นใหม่: การชาร์จเร็วด้วย USB-C อธิบายแบบละเอียด

หากคุณยังใช้อะแดปเตอร์ชาร์จไฟขนาด 20 วัตต์ ที่แบบเดิมมานานตั้งแต่ iPhone 12 อยู่ล่ะก็ ขอแจ้งข่าวดีว่า iPhone รุ่นใหม่ทั้ง 17, 17 Pro และ 17 Pro Max นั้นรองรับการชาร์จเร็วด้วยกำลังไฟสูงสุด 40 วัตต์ ด้วยอะแดปเตอร์จ่ายไฟแบบ USB-C และสายชาร์จ USB-C ที่เหมาะสม ทำให้การชาร์จเร็วจากแบตเตอรี่ 0% ถึง 50% ได้ในเวลาเพียง 20 นาทีเท่านั้น ซึ่งเป็นการแปเกรดประสิทธิภาพการชาร์จเร็วจากรุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน

หมายเหตุ: เพาะ iPhone Air ยังคงรองรับการชาร์จเร็วด้วยกำลังไฟสูงสุดที่ 20 วัตต์ เหมือนเดิม

การทำงานของเทคโนโลยีการชาร์จ

iPhone 17 ทั้ง 3 รุ่น ใช้เทคโนโลยี USB-C Power Delivery (PD) ในการสื่อกสารกับที่ชาร์จที่อะแดปเตอร์จ่ายไฟเพื่อให้ประสิทธิภาพการชาร์จที่ดีที่สุด เมื่อคุณเสียบสายชาร์จระหว่าง iPhone กับอะแดปเตอร์จ่ายไฟ ตัวแดปเตอร์จ่ายไฟจะสื่อสารไปยัง iPhone ว่าสามารถจ่ายแรงดัน และกระแสไฟได้เท่าไหร่ตามสเปคของอะแดปเตอร์ และที่ตัว iPhone จะคำนวณจากระดับแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ และอุณหภูมิของแบตเตอรี่ในขณะนั้นแล้วจึงกำหนดให้อะแดปเตอร์จ่ายแรงดันไฟ และกระแสไฟออกมาในระดับที่เหมาะสม และปลอดภัย

สำหรับการชาร์จเร็วนี้จะรองรับเฉพาะ iPhone 17, iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max เท่านั้น ในขณะที่ iPhone Air ยังคงใช้ความเร็วปกติ 20 วัตต์ เหมือนเดิม

และ Apple ได้ปรับลำดับการชาร์จใหม่ โดยให้ชาร์จเร็วในช่วง 1-50% จากนั้นจะค่อยๆ เริ่มปรับลด แรงดัน ลดกระแสไฟลงเพื่อถนอมแบตเตอรี่

สิ่งที่คุณต้องการสำหรับการชาร์จเร็ว

  1. ใช้อะแดปเตอร์ USB-C PD 3.1 (หรือใหม่กว่า) ที่รองรับไฟ 40 วัตต์ ขึ้นไป
  2. สาย USB-C to USB-C คุณภาพดี
  3. ปรับพฤติกรรมการการชาร์จที่เหมาะสม (ไม่ปล่อยให้แบตเตอรี่เหลือน้อยจนเกินไป)

สรุปการปรับปรุงการชาร์จเร็ว

iPhone 17, iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max นำเสนอการชาร์จเร็วด้วยกำลังไฟ 40 วัตต์ และการชาร์จไร้สาย Qi2 ที่ 25 วัตต์ ซึ่งเป็นการอัปเกรดครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี ในขณะที่ iPhone Air รองรับการชาร์จด้วยสาย 20 วัตต์ และการชาร์จไร้สาย 15-20 วัตต์ ให้ความเร็วที่สอดคล้องกับ iPhone รุ่นล่าสุด

ทำให้ iPhone 17 ทั้ง 3 รุ่นเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดหากความเร็วการชาร์จสำคัญสำหรับคุณ ในขณะที่ iPhone Air ยังคงเป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยมในเรื่องของความบางแต่ชาร์จช้ากว่า

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

ถาม: iPhone รุ่นใหม่มาพร้อมอะแดปเตอร์ชาร์จในกล่องหรือไม่? ตอบ: ไม่ มีเพียงโทรศัพท์และสายชาร์จในกล่องเท่านั้น คุณต้องซื้ออะแดปเตอร์ PD แยกต่างหาก

ถาม: ฉันต้องใช้สายชาร์จแบบพิเศษหรือไม่? ตอบ: ไม่จำเป็น สาย USB-C to USB-C ใดๆ ที่รองรับ 3A/60W ก็ใช้งานได้ สายแบบ 5A ที่มาพร้อม e-marked เป็นเพียงตัวเลือกเสริมเท่านั้น

ถาม: การใช้อะแดปเตอร์ที่มีกำลังไฟสูงกว่า เช่น 100 วัตต์ จะปลอดภัยหรือไม่? ตอบ: ปลอดภัย เทคโนโลยี PD ทำให้ iPhone เป็นตัวกำหนดให้อะแดปเตอร์จ่ายไฟออกมาเฉพาะที่ต้องการเท่านั้น แม้จะใช้อะแดปเตอร์ 100 วัตต์ ก็ตาม

ถาม: การชาร์จไร้สายใหม่เร็วขึ้นจริงหรือไม่? ตอบ: สำหรับรุ่น iPhone 17/Pro ใช่ครับ เทคโนโลยี Qi2.2 ที่ 25 วัตต์ ให้ความเร็วใกล้เคียงกับการชาร์จด้วยสายมาก แต่สำหรับ iPhone Air การชาร์จไร้สายยังคงจำกัดอยู่ที่ 15-20 วัตต์

ที่มา https://www.belkin.com/company/blog/iphone-17-fast-charging-usb-c-upgrade/

 

ความปลอดภัยของพาวเวอร์แบงค์: Belkin ดูแลปกป้องคุณอย่างไร

ความปลอดภัยของ Power Bank: วิธีการที่ Belkin รักษาคุณให้ปลอดภัย

การมีพลังสำรองพกพา (portable charging) กลายเป็นสิ่งจำเป็น — ไม่ว่าจะเป็นการชาร์จ iPhone ในวันที่ยุ่งหรือเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมระหว่างการเดินทาง แต่ความสะดวกนี้ก็มาพร้อมกับความรับผิดชอบ ในช่วงที่ผ่านมา ความปลอดภัยของแบตเตอรี่ถูกจับตามองมากขึ้น หลังจากมีการเรียกคืนและปัญหาด้านความปลอดภัยจากแบรนด์ใหญ่ๆ ซึ่งเตือนทั้งอุตสาหกรรมและผู้บริโภคว่า ไม่ใช่ power bank ทุกชิ้นจะถูกสร้างมาเท่ากัน

ที่ Belkin เราเชื่อว่าความปลอดภัยไม่ควรถูกละเลยเพื่อแลกกับความเร็วหรือราคา จุดยึดมั่นนี้เป็นหัวใจของวิศวกรรม การทดสอบ และกระบวนการจัดหาในทุกขั้นตอนของเรา

 

ปรัชญาด้านความปลอดภัยของเรา

ความปลอดภัยของแบตเตอรี่ไม่ใช่แค่มาตรวัดขั้นตอนการผลิต — แต่เป็นรากฐานของการออกแบบทั้งหมด ตั้งแต่ร่างแบบแรกจนถึงการส่งมอบให้ถึงผู้ใช้ แนวทางของเราให้ความสำคัญกับการปกป้องผู้ใช้งาน, อายุการใช้งานอุปกรณ์ และความเชื่อถือได้ของผลิตภัณฑ์

  • พันธกิจด้านความปลอดภัยของ Belkin — เราจะไม่ลดทอนมาตรฐาน; เราตั้งมาตรฐานไว้สูง แนวทางนี้ถูกสะท้อนผ่านชื่อเสียงกว่า 40 ปี ที่เชื่อถือได้ในหมู่เครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับผู้บริโภค
  • ประวัติที่เรายึดมั่น — Belkin มีประสบการณ์ในการส่งผลิตภัณฑ์ที่มีแบตเตอรี่มากกว่า 10 ปี จึงได้สะสมความรู้ทางวิศวกรรมและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยระดับโลก เราจะไม่ใช้วิธีทางลัดเพื่อประหยัดเวลาหรือค่าใช้จ่าย

 

อะไรที่ทำให้แบตเตอรี่ของ Belkin ต่างออกไป

แม้หลายบริษัทอาจทำได้เพียงแค่ให้ผ่านเกณฑ์อุตสาหกรรมพื้นฐาน แต่ Belkin มุ่งใส่เพิ่มเติมในหลายส่วนเพื่อเกินมาตรฐานและสร้างความสม่ำเสมอในการใช้งาน:

  • ระบบป้องกันแบบ Dual‑Chip Protection — ระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่เฉพาะทาง เพื่อป้องกันกระแสไฟฟ้าเกิน (overcurrent), แรงดันไฟฟ้าเกิน (overvoltage), และแรงดันไฟฟ้าต่ำเกิน (undervoltage)
  • เซลล์คุณภาพสูง — เราเลือกใช้เฉพาะเซลล์แบตเตอรี่เกรดพรีเมียมจากซัพพลายเออร์ที่ได้รับการรับรอง พร้อมประวัติด้านความปลอดภัย
  • การออกแบบเสริมความปลอดภัย — เราใส่เซนเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิแยกเฉพาะในแต่ละเซลล์ และมีกลไกปิดทำงานหากอุณหภูมิสูงเกิน (thermal shutdown) ภายในวงจร IC เพื่อลดความเสี่ยงความร้อนและรักษาความเชื่อถือได้ในระยะยาว

ผลของมาตรการเหล่านี้คือ อัตราความล้มเหลวต่ำลง, อายุการใช้งานยืนยาวกว่า, และความมั่นใจที่สูงขึ้นสำหรับลูกค้าและคู่ค้า

 

การรับรองของอุตสาหกรรมที่คุณวางใจได้

ผลิตภัณฑ์แบตเตอรี่ทุกชิ้นของ Belkin ผ่านการทดสอบหรือรับรองโดยหน่วยงานอิสระ เพื่อให้แน่ใจว่าสอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัย คุณภาพ และข้อกฎหมายระหว่างประเทศ:

สัญลักษณ์การรับรองชื่อการรับรอง (ประเทศ/ภูมิภาค)รายละเอียดโดยย่อ (วัตถุประสงค์หลัก)
CBCB (สหรัฐอเมริกาและทั่วโลก)รับรองว่าผลิตภัณฑ์เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยทางไฟฟ้าที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล (International Recognized Electrical Safety Standards)
CCCCCC (ประเทศจีน)รับรองว่าผลิตภัณฑ์เป็นไปตามการตรวจสอบด้านความปลอดภัยและคุณภาพที่จำเป็นสำหรับการจำหน่ายในตลาดประเทศจีน
UL2056UL2056 (สหรัฐอเมริกา)มาตรฐานความปลอดภัยโดยเฉพาะสำหรับพาวเวอร์แบงก์ เพื่อรับรองความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อย่างเข้มงวด
CECE (สหภาพยุโรป)รับรองว่าผลิตภัณฑ์เป็นไปตามมาตรฐานด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรป
FCCFCC (สหรัฐอเมริกา)รับรองว่าผลิตภัณฑ์สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ก่อให้เกิดการรบกวนหรือการหยุดชะงักที่เป็นอันตรายต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ใกล้เคียง
RoHSRoHS (ข้อจำกัดการใช้สารอันตราย)รับรองว่าผลิตภัณฑ์เป็นไปตามข้อจำกัดการใช้สารอันตรายทั่วโลก
EU REAChEU REACh (การจดทะเบียน การประเมิน การอนุญาต และการจำกัดสารเคมีของสหภาพยุโรป)รับรองว่าผลิตภัณฑ์เป็นไปตามข้อจำกัดการใช้สารอันตรายของสหภาพยุโรป
US TSCAUS TSCA (พระราชบัญญัติควบคุมสารพิษของสหรัฐอเมริกา)รับรองว่าผลิตภัณฑ์เป็นไปตามข้อจำกัดการใช้สารอันตรายของสหรัฐอเมริกา
PSEPSE (ประเทศญี่ปุ่น)รับรองว่าผลิตภัณฑ์เป็นไปตามกฎหมายความปลอดภัยของเครื่องใช้ไฟฟ้าและวัสดุของประเทศญี่ปุ่น
UN 38.3การรับรองสำหรับการขนส่งรับรองว่าผลิตภัณฑ์เป็นไปตามมาตรฐานการขนส่ง สำหรับเซลล์ลิเธียม

สำหรับแบตเตอรี่สำรอง (power bank) ที่มีความจุต่ำกว่า 100 วัตต์-ชั่วโมง (Wh) ทุกชิ้นของ Belkin เป็นไปตามมาตรฐาน FAA สำหรับการพกพาในเครื่องบิน — ซึ่งสำคัญมากเมื่อสายการบินเข้มงวดขึ้นหลังเหตุการณ์เรียกคืนจากคู่แข่ง หลายสายจะแนะนำให้ตรวจสอบหลักเกณฑ์ของสายการบินนั้น ๆ ด้วย

 

กระบวนการทดสอบหลายชั้นของเรา

เพื่อป้องกันปัญหาก่อนถึงมือผู้ใช้ Belkin ใช้ระบบการทดสอบคุณภาพแบตเตอรี่ที่เข้มข้นในหลายขั้นตอน:

  1. ตรวจสอบคุณภาพเซลล์ — เลือกเฉพาะจากซัพพลายเออร์ที่ผ่านการคัดกรอง

  2. การทดสอบด้านไฟฟ้า — เช่น การชาร์จเกิน, วงจรลัด, การควบคุมแรงดันไฟฟ้า

  3. การทดสอบความร้อน — จำลองสภาวะอุณหภูมิสูงและต่ำ เพื่อป้องกันความร้อน

  4. ความทนต่อแรงกายภาพ — ทดสอบตก, การสั่นสะเทือน, การบีบอัด (รวมถึงที่ตัวบรรจุภัณฑ์)

  5. ตรวจสอบจากตัวอย่างหลังผลิต — ตรวจสอบสุ่มชุดล็อตสินค้าเพื่อรักษามาตรฐานระยะยาว

  6. ทดสอบแรงกดดัน (Stress Testing) — บังคับให้แบตเตอรี่ล้มเหลวภายใต้การควบคุม เพื่อตรวจสอบขอบเขตความปลอดภัย

กระบวนการทั้งหมดนี้ช่วยให้มั่นใจว่าแบตเตอรี่ Belkin ทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นชิ้นแรกหรือชิ้นที่หนึ่งล้าน ได้รับความปลอดภัยในระดับเดียวกัน

 

เหตุใดลูกค้า B2B และผู้ค้าปลีกจึงเลือก Belkin

สำหรับพันธมิตรธุรกิจ ความปลอดภัยของแบตเตอรี่ไม่ใช่แค่คุณสมบัติผลิตภัณฑ์ — แต่เป็นปัจจัยสำคัญทางธุรกิจ:

  • อัตราการส่งคืนสินค้าต่ำลงเนื่องจากปัญหาชำรุด

  • ความพึงพอใจของลูกค้าสูง เนื่องจากความเชื่อถือได้และประสิทธิภาพ

  • ความมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์สอดคล้องกฎระเบียบระหว่างประเทศ ลดความเสี่ยงทางกฎหมาย

  • การคุ้มครองเพิ่มเติมผ่าน Connected Equipment Warranty — หากอุปกรณ์เสียหายจากไฟฟ้าในระหว่างการใช้งานที่ถูกต้อง Belkin ซ่อมหรือเปลี่ยนให้ (สูงสุดถึงมูลค่าที่กำหนด)

นวัตกรรมที่คาดการณ์ความเสี่ยงของวันพรุ่งนี้

เมื่อความต้องการพลังงานพกพาพัฒนา ความท้าทายด้านความปลอดภัยก็เช่นกัน นั่นคือเหตุผลที่ Belkin ลงทุนในการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโซลูชันที่เร็วและปลอดภัย:

  • เทคโนโลยีจัดการความร้อนเฉพาะทาง

  • วงจรไฟฟ้าทันสมัยสำหรับควบคุมพลังงานแบบเรียลไทม์

  • ฟีเจอร์ชาร์จอัจฉริยะ เพื่อป้องกันกระแสเกินและแรงดันตกหรือขึ้น

วิธีใช้ Power Bank อย่างปลอดภัย

แม้ผลิตภัณฑ์จะถูกออกแบบให้มีความปลอดภัยสูงแล้ว แต่การใช้งานที่ถูกวิธียังช่วยยืดอายุและเพิ่มประสิทธิภาพ:

  • ใช้สายชาร์จที่ผ่านมาตรฐานและได้รับอนุญาตจากผู้ผลิต

  • เก็บและใช้งาน power bank ที่อุณหภูมิห้อง; หลีกเลี่ยงการทิ้งไว้ในรถที่ร้อนจัดหรือในที่เย็นจัด

  • ชาร์จในบริเวณที่ระบายอากาศได้ดี — หลีกเลี่ยงการวางไว้ใต้ผ้าห่ม, หมอน หรือในกระเป๋า

  • หยุดใช้ทันทีหากพบว่า power bank พอง, ร้อนผิดปกติหรือมีรอยชำรุด

  • ชาร์จ power bank อย่างน้อยทุก 3 เดือน เพื่อรักษาสุขภาพแบตเตอรี่

วิธีเดินทางอย่างปลอดภัยกับ Power Bank

เนื่องจาก power bank ถูกควบคุมสำหรับการเดินทางโดยเครื่องบิน จึงควรปฏิบัติตามแนวทาง:

  • พก power bank ไว้ใน carry-on luggage เท่านั้น — ห้ามใส่ในสัมภาระเช็คโหลด

  • อย่าเกินขีดจำกัดความจุที่สายการบินยอมรับ (FAA อนุญาต ≤ 100 Wh สำหรับเที่ยวบินทั่วไป)

  • หลีกเลี่ยงการโดนความร้อนจัด เช่น อย่าวางไว้ในช่องเก็บเหนือศีรษะเมื่อเครื่องบินบินไกล

  • ใช้สายชาร์จและอะแดปเตอร์ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น เพื่อป้องกันประกายไฟหรือลัดวงจร

  • หาก power bank ของ Belkin มีอาการร้อนหรือพอง หยุดใช้งานทันที และติดต่อศูนย์ Belkin เพื่อรับคำแนะนำ

วิธียืดอายุ ความปลอดภัย และทิ้งเมื่อหมดอายุ

แม้ผลิตภัณฑ์จะออกแบบให้ปลอดภัยแล้ว แต่การใช้งานที่ถูกวิธียังคงช่วย:

  • ใช้อุปกรณ์ชาร์จที่ได้รับการรับรอง เพื่อลดความเสี่ยง

  • ชาร์จในที่โล่ง ระบายความร้อนได้ดี

  • หลีกเลี่ยงการปล่อยให้แบตเตอรี่หมดสนิทหลาย ๆ ครั้ง — ควรรักษาระดับแบตเตอรี่ไว้ประมาณ 20–80%

  • ตรวจสอบอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ — หากพบว่า พอง, มีรอยแตก หรือรั่ว ให้หยุดใช้งาน

  • ปฏิบัติตามแนวทางการกำจัดแบตเตอรี่เมื่อหมดอายุ — เพราะแบตเตอรี่ลิเธียมเป็นของที่อันตรายหากทิ้งไม่ถูกวิธี

สัญญาของ Belkin

ความปลอดภัยของแบตเตอรี่ไม่ใช่แค่ขั้นตอนในกระบวนการ — แต่เป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ของเรา ตั้งแต่การทดสอบภายในอย่างเข้มข้นไปจนถึงการได้รับการรับรองระดับโลก ทุกแบตเตอรี่ Belkin ถูกสร้างมาให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้ตลอดหลายปี

ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้บริโภคที่ต้องการความมั่นใจ หรือต้องการแบรนด์ที่น่าเชื่อถือในตลาด Belkin คือทางเลือกที่ปลอดภัยในโลกที่เต็มไปด้วยตัวเลือก คุณสามารถสำรวจ power bank ของ Belkin ได้เพิ่มเติมหากต้องการครับ

 

ที่มา : https://www.belkin.com/company/blog/power-bank-safety-belkin-protection/